อายุเป็นเพียงตัวเลข! เปิดลิสต์สุดยอดอาหารชะลอวัยที่คนไทยต้องรู้

webmaster

노화 방지에 좋은 식품 리스트 - **Prompt 1: Vibrant Fruit & Green Power for Youthful Skin**
    "A cheerful and healthy Thai woman i...

สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่ใครๆ ก็อยากรู้ อยากมีผิวพรรณที่ดูอ่อนเยาว์ สุขภาพดี และมีชีวิตชีวาไปนานๆ ใช่ไหมคะ? ยิ่งตอนนี้เทรนด์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมกำลังมาแรงมากๆ ทั้งในไทยและทั่วโลก ผู้คนหันมาใส่ใจตัวเองจากภายในสู่ภายนอกมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ บางทีเราอาจจะเคยรู้สึกว่าตัวเองดูเหนื่อยล้า หรือผิวไม่สดใสเท่าเมื่อก่อน ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงวัยเลยด้วยซ้ำ นั่นอาจเป็นเพราะไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ความเครียด หรืออาหารที่เราทานในแต่ละวันนี่แหละค่ะที่เป็นตัวการสำคัญ แต่รู้ไหมคะว่าจริงๆ แล้ว การชะลอวัยให้ดูเด็กกว่าอายุจริงไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แค่เราเลือกทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ ก็เหมือนได้เติมพลังและสารอาหารดีๆ ให้เซลล์ในร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองแล้วค่ะ จากประสบการณ์ตรงของฉันเองที่ลองปรับเปลี่ยนการกินมาสักพัก ก็รู้สึกได้เลยว่าผิวดูเปล่งปลั่งขึ้น มีเรี่ยวแรงมากขึ้น แถมยังช่วยลดความเสี่ยงโรคต่างๆ ได้อีกด้วย ในปี 2567-2568 นี้ เทรนด์อาหารชะลอวัยก็ยังคงเป็นที่นิยมต่อเนื่อง โดยเน้นที่อาหารจากธรรมชาติที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของเราทุกคนค่ะอยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่ามีอาหารอะไรบ้างที่เราควรมีติดตู้เย็นและหามาทานเป็นประจำเพื่อผิวพรรณสดใสและสุขภาพดีเหมือนย้อนวัยไปได้อีกหลายปี?

มาค่ะ เดี๋ยววันนี้จะมาบอกเคล็ดลับดีๆ เหล่านี้ให้ทุกคนได้รู้กันแบบละเอียดเลยค่ะ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง!

เติมพลังผิวด้วยผลไม้หลากสี: วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระคือเพื่อนซี้

노화 방지에 좋은 식품 리스트 - **Prompt 1: Vibrant Fruit & Green Power for Youthful Skin**
    "A cheerful and healthy Thai woman i...

พลังมหัศจรรย์จากเบอร์รี่หลากชนิด

โอ๊ยยย…พูดถึงผลไม้ที่ช่วยชะลอวัยนี่ จะไม่พูดถึงตระกูลเบอร์รี่ได้ยังไงล่ะคะทุกคน! ไม่ว่าจะเป็นบลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ หรือแม้แต่แครนเบอร์รี่ ผลไม้จิ๋วแต่แจ๋วเหล่านี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่าแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการปกป้องเซลล์ผิวของเราจากความเสียหายที่เกิดจากมลภาวะและรังสียูวีเลยนะคะ ฉันเองชอบซื้อบลูเบอร์รี่สดมาแช่เย็นไว้ทานตอนเช้ากับโยเกิร์ต หรือเอามาปั่นสมูทตี้ คือมันสดชื่นมากๆ แถมยังรู้สึกได้เลยว่าผิวดูเปล่งปลั่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ นอกจากนี้เบอร์รี่ยังมีวิตามินซีสูงลิ่ว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเรายืดหยุ่นและดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ถ้าใครอยากผิวสวยใสแบบไม่พึ่งโบท็อกซ์ ลองหันมาทานเบอร์รี่ให้เป็นกิจวัตรดูนะคะ รับรองว่าต้องติดใจเหมือนฉันแน่นอน!

ส้ม มะละกอ และผลไม้เขตร้อน: วิตามินซีเข้มข้นเพื่อผิวใส

นอกเหนือจากเบอร์รี่แล้ว ผลไม้ไทยๆ บ้านเราอย่างส้ม มะละกอ ฝรั่ง หรือแม้แต่มะม่วงสุก ก็เป็นแหล่งวิตามินซีชั้นดีที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ วิตามินซีเนี่ยไม่ใช่แค่ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันนะคะ แต่ยังเป็นพระเอกสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้ผิวเราเต่งตึงและเรียบเนียน ยิ่งเราอายุมากขึ้น คอลลาเจนในผิวก็จะลดลง ทำให้เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ฉันเองเคยสังเกตว่าช่วงไหนที่ทานส้มคั้นสดๆ หรือมะละกอสุกเป็นประจำ ผิวจะดูใสขึ้น รอยดำรอยแดงจากสิวก็จางเร็วขึ้นด้วยค่ะ แถมยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่งอีกด้วยนะ คือดีงามมากจริงๆ ค่ะ อย่าลืมหาผลไม้เหล่านี้มาทานกันบ่อยๆ นะคะ นอกจากอร่อยแล้วยังได้ผิวสวยสุขภาพดีอีกด้วย คุ้มสุดๆ ไปเลย!

ผักใบเขียวเข้ม: สุดยอดสารอาหารที่ช่วยบำรุงเซลล์ให้แข็งแรง

Advertisement

เคล็ดลับผิวสวยจากผักโขมและคะน้า

ถ้าพูดถึงผักใบเขียวเข้มที่ช่วยชะลอวัย ต้องยกให้ผักโขมและคะน้าเป็นซูเปอร์สตาร์เลยค่ะ ผักเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามิน K, วิตามิน A, วิตามิน C รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระและคลอโรฟิลล์ ซึ่งทั้งหมดนี้มีบทบาทสำคัญในการปกป้องเซลล์ของเราจากความเสียหายจากอนุมูลอิสระ และยังช่วยในกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ต่างๆ ในร่างกายด้วยนะคะ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่พยายามใส่ผักโขมในทุกมื้อ ไม่ว่าจะเป็นผักโขมอบชีส ซุปผักโขม หรือแค่ลวกจิ้มน้ำพริก คือรู้สึกได้เลยว่าร่างกายสดชื่นขึ้น ไม่ค่อยป่วย แถมผิวยังดูสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกเลยค่ะ ผักคะน้าเองก็ไม่แพ้กัน สามารถนำมาทำได้หลายเมนู ทั้งคะน้าน้ำมันหอย คะน้าหมูกรอบ อร่อยและได้ประโยชน์ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

พลังของบรอกโคลีและกะหล่ำปลี: ดีท็อกซ์และต้านการอักเสบ

นอกจากผักโขมและคะน้าแล้ว บรอกโคลีและกะหล่ำปลีก็เป็นผักตระกูลกะหล่ำที่มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยชะลอวัยเช่นกันค่ะ ผักเหล่านี้มีสารประกอบซัลโฟราเฟนและอินโดล-3-คาร์บินอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ในร่างกายให้ขับสารพิษออกจากเซลล์ ช่วยลดการอักเสบ และยังอาจช่วยป้องกันการเกิดเซลล์ผิดปกติได้อีกด้วยค่ะ ฉันเองเคยมีช่วงที่รู้สึกผิวหมองคล้ำและมีสิวขึ้นบ่อยๆ พอหันมาเน้นทานบรอกโคลีนึ่งหรือกะหล่ำปลีลวกคู่กับน้ำพริกเป็นประจำ รู้สึกได้เลยว่าผิวดูใสขึ้น สิวก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหมือนเป็นการดีท็อกซ์ร่างกายจากภายในจริงๆ ค่ะ ลองนำบรอกโคลีมาผัดกับกุ้งหรืออกไก่ หรือทำซุปกะหล่ำปลีทานก็อร่อยและดีต่อสุขภาพมากๆ เลยนะคะ

เมล็ดพืชและถั่ว: ไขมันดีที่ผิวคุณต้องการ พร้อมใยอาหารเต็มเปี่ยม

เมล็ดเจียและเมล็ดแฟลกซ์: โอเมก้า 3 เพื่อผิวเนียนนุ่ม

ในบรรดาเมล็ดพืชทั้งหลาย เมล็ดเจียและเมล็ดแฟลกซ์นี่แหละค่ะคือสุดยอดแห่งไขมันดีที่ร่างกายและผิวของเราต้องการอย่างแท้จริง ทั้งสองอย่างนี้อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่เป็นไขมันจำเป็นซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ โอเมก้า 3 มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพผิวโดยตรง ทำให้ผิวดูเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ด้วยค่ะ ฉันชอบเอาเมล็ดเจียไปแช่น้ำทิ้งไว้สักพัก แล้วเอามาผสมกับนมโอ๊ตและผลไม้ทำเป็นพุดดิ้งทานตอนเช้า มันอิ่มนานแถมยังดีต่อผิวพรรณมากๆ ส่วนเมล็ดแฟลกซ์ก็เอาไปโรยบนสลัด หรือใส่ในสมูทตี้ได้เช่นกันค่ะ พอทานเป็นประจำก็จะรู้สึกได้เลยว่าผิวไม่แห้งกร้านเหมือนเมื่อก่อน แถมยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายให้เป็นปกติอีกด้วย ดีต่อสุขภาพแบบครบวงจรจริงๆ ค่ะ

ถั่วเปลือกแข็งหลากหลายชนิด: พลังงานและสารอาหารเพื่อความอ่อนเยาว์

ถั่วเปลือกแข็งอย่างอัลมอนด์ วอลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือพิสตาชิโอ ก็เป็นของว่างที่ดีต่อสุขภาพผิวและช่วยชะลอวัยได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ ถั่วเหล่านี้ไม่ได้ให้แค่พลังงานเท่านั้นนะคะ แต่ยังอุดมไปด้วยวิตามิน E ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังที่ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดดและมลภาวะ นอกจากนี้ยังมีสังกะสีและซีลีเนียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงและสุขภาพดี ฉันเองชอบพกอัลมอนด์อบติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลาค่ะ เวลาหิวก็หยิบมาทานแทนขนมกรุบกรอบ คือนอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังได้ประโยชน์แบบเต็มๆ ด้วยนะ วอลนัทเองก็มีโอเมก้า 3 สูงไม่แพ้ปลาทะเลน้ำลึกเลยนะคะ การทานถั่วเปลือกแข็งในปริมาณที่พอเหมาะเป็นประจำจะช่วยให้ผิวพรรณเราดูสดใสและคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้นานขึ้นมากๆ เลยค่ะ

โปรตีนคุณภาพสูง: สร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

Advertisement

ไข่ไก่และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน: ตัวช่วยฟื้นฟูผิว

เรื่องการชะลอวัย ไม่ได้มีแค่ผักผลไม้เท่านั้นนะคะ โปรตีนก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพสูงอย่างในไข่ไก่และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น อกไก่ หรือปลา เพราะโปรตีนเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของผิวหนังที่ทำให้ผิวของเรายืดหยุ่นและเต่งตึง การได้รับโปรตีนที่เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอและสร้างเซลล์ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวพรรณเราดูสดใสและลดเลือนริ้วรอยได้ดีขึ้นค่ะ ฉันเองเป็นคนชอบทานไข่มากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม ไข่เจียว หรือไข่ดาว คือทานได้ทุกวันเลย แถมยังเป็นแหล่งโปรตีนที่หาซื้อง่ายและราคาไม่แพงด้วยนะ ส่วนเนื้อสัตว์ไม่ติดมันก็จะเลือกทานปลาแซลมอน หรืออกไก่ย่างบ่อยๆ ค่ะ พอทานโปรตีนถึง ร่างกายก็จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย แถมผิวพรรณก็ดูมีน้ำมีนวลขึ้นด้วยนะ

โปรตีนจากพืชทางเลือก: สำหรับผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์

สำหรับใครที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ หรืออยากลดปริมาณเนื้อสัตว์ลง ก็ไม่ต้องกังวลไปเลยค่ะว่าผิวจะขาดโปรตีน เพราะโปรตีนจากพืชก็มีคุณภาพดีและช่วยชะลอวัยได้ไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้ ถั่วเหลือง ถั่วเลนทิล หรือควินัว อาหารเหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ซึ่งจะช่วยในการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูสภาพผิวได้เหมือนกันค่ะ ฉันเองบางครั้งก็ชอบทานแกงจืดเต้าหู้ หรือสลัดควินัวผสมผักต่างๆ คือนอกจากจะได้โปรตีนแล้วยังได้ใยอาหารสูงอีกด้วย ทำให้ระบบขับถ่ายดี ผิวพรรณก็จะเปล่งปลั่งตามมาค่ะ การเลือกทานโปรตีนให้หลากหลายทั้งจากพืชและสัตว์ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล ทำให้ผิวพรรณและสุขภาพโดยรวมแข็งแรง ดูอ่อนเยาว์ไปได้นานๆ เลยค่ะ

สมุนไพรและเครื่องเทศไทย: มรดกแห่งภูมิปัญญาที่ช่วยชะลอวัย

노화 방지에 좋은 식품 리스트 - **Prompt 2: Nourishing Proteins & Healthy Fats for Inner Strength**
    "A confident and serene Thai...

ขมิ้นชันและขิง: พลังต้านอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระ

สมุนไพรไทยของเรานี่แหละค่ะ คือของดีที่หลายคนมองข้ามไป! ขมิ้นชันและขิงเป็นสองสุดยอดสมุนไพรที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในการช่วยชะลอวัยอย่างไม่น่าเชื่อ ขมิ้นชันมีสารเคอร์คูมิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบที่ทรงพลังมากๆ ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากความเสียหายและลดการเกิดริ้วรอยได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ ส่วนขิงก็มีสารจิงเจอรอล ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด แถมยังช่วยลดการอักเสบได้อีกด้วย ฉันเองชอบนำขมิ้นชันมาบดผสมกับน้ำผึ้งและนมสดพอกหน้าเป็นประจำ รู้สึกได้เลยว่าผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น รอยสิวก็จางลงเร็วขึ้นด้วยค่ะ ส่วนขิงก็ชอบนำมาทำน้ำขิงร้อนๆ ดื่มแก้หวัดและช่วยให้ร่างกายอบอุ่น เป็นอะไรที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์มากๆ เลยนะคะ ลองนำสมุนไพรไทยเหล่านี้มาใช้ประโยชน์กันดูค่ะ รับรองว่าผิวสวยจากภายในสู่ภายนอกแน่นอน

พริกไทยดำและพืชผักสวนครัวอื่นๆ: กระตุ้นการเผาผลาญและบำรุงสุขภาพ

นอกจากขมิ้นชันและขิงแล้ว พริกไทยดำรวมถึงพืชผักสวนครัวอื่นๆ อย่างโหระพา ตะไคร้ หรือใบมะกรูด ก็มีส่วนช่วยในการชะลอวัยได้เช่นกันค่ะ พริกไทยดำมีสารพิเพอรีนที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยในการดูดซึมสารอาหารอื่นๆ ได้ดีขึ้นด้วยค่ะ ส่วนผักสมุนไพรไทยอื่นๆ ก็อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระมากมายที่ช่วยบำรุงร่างกายและผิวพรรณ ฉันเองชอบทำอาหารไทยที่ใส่สมุนไพรเหล่านี้เป็นประจำค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวาน ต้มยำ หรือผัดกะเพรา คือนอกจากจะได้รสชาติที่จัดจ้านอร่อยแล้ว ยังได้ประโยชน์จากสมุนไพรเหล่านี้แบบเต็มๆ อีกด้วยนะ พอร่างกายภายในแข็งแรง ผิวพรรณภายนอกก็จะดูสดใสเปล่งปลั่งตามมาเองค่ะ เป็นเคล็ดลับความงามแบบไทยๆ ที่ส่งต่อกันมาแต่โบราณเลยก็ว่าได้

การดื่มน้ำและการปรับสมดุลลำไส้: กุญแจสำคัญสู่สุขภาพดีจากภายใน

น้ำเปล่า: ความลับของผิวชุ่มชื้นและอิ่มฟู

รู้ไหมคะว่าสิ่งที่ง่ายที่สุด แต่หลายคนกลับละเลยมากที่สุดในการดูแลสุขภาพและผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์ คือ “น้ำเปล่า” นี่แหละค่ะ! น้ำเปล่าเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย และมีบทบาทสำคัญในการขนส่งสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ รวมถึงการขับของเสียออกจากร่างกายด้วย การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน (ประมาณ 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร) จะช่วยให้ผิวพรรณของเราชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง ดูอิ่มฟู และลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ฉันเองเคยมีช่วงที่ดื่มน้ำน้อย รู้สึกได้เลยว่าผิวแห้งกร้าน ปากแตก และดูโทรมมากๆ พอหันมาตั้งใจดื่มน้ำให้มากขึ้น ผิวก็กลับมาสดใสขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์เลยค่ะ ลองพกขวดน้ำติดตัวไว้ แล้วจิบน้ำบ่อยๆ ตลอดวันดูนะคะ รับรองว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผิวจะทำให้คุณประทับใจแน่นอน!

Advertisement

โปรไบโอติกและพรีไบโอติก: ฟื้นฟูสมดุลลำไส้สู่ผิวใส

นอกจากน้ำเปล่าแล้ว การดูแลสุขภาพลำไส้ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญสู่ผิวพรรณที่อ่อนเยาว์และสุขภาพดีจากภายในเลยค่ะ ลำไส้ของเรามีแบคทีเรียดีและไม่ดีอาศัยอยู่ร่วมกัน การรักษาสมดุลของแบคทีเรียเหล่านี้ให้ดีอยู่เสมอจะส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหาร การขับถ่าย และแม้กระทั่งสุขภาพผิวของเราค่ะ โปรไบโอติก (แบคทีเรียดี) ที่พบในโยเกิร์ต นมเปรี้ยว หรือกิมจิ และพรีไบโอติก (อาหารของแบคทีเรียดี) ที่พบในหอมใหญ่ กระเทียม หรือกล้วยดิบ จะช่วยเสริมสร้างสมดุลของลำไส้ให้ดีขึ้น ฉันเคยมีปัญหาเรื่องสิวที่หน้าผากบ่อยๆ พอหันมาทานโยเกิร์ตธรรมชาติแบบไม่ปรุงแต่งทุกวัน และเพิ่มการทานอาหารที่มีพรีไบโอติก รู้สึกได้เลยว่าลำไส้ทำงานดีขึ้น การขับถ่ายเป็นปกติ และสิวก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ เหมือนผิวได้ดีท็อกซ์จากภายในจริงๆ นะ ลองเอาเคล็ดลับนี้ไปใช้ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าลำไส้ที่ดีส่งผลต่อผิวพรรณได้มากแค่ไหน

เลือกทานไขมันดี: เคล็ดลับผิวสวยจากโอเมก้า 3

ปลาทะเลน้ำลึก: แหล่งโอเมก้า 3 ชั้นยอด

สำหรับใครที่อยากมีผิวสวย สุขภาพดี และอ่อนเยาว์อยู่เสมอ บอกเลยว่าห้ามมองข้าม “ไขมันดี” เด็ดขาดเลยนะคะ โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบมากในปลาทะเลน้ำลึกอย่างแซลมอน ทูน่า หรือแมคเคอเรล โอเมก้า 3 เป็นไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่มีความสำคัญต่อการลดการอักเสบของผิวหนัง ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เนียนนุ่ม และลดความแห้งกร้านลงได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ จากประสบการณ์ตรงของฉันเองที่ชอบทานปลาแซลมอนย่าง หรือทำซูชิปลาแซลมอนทานบ่อยๆ คือรู้สึกได้เลยว่าผิวดูมีน้ำมีนวลขึ้น ไม่ค่อยแห้งเป็นขุยเหมือนเมื่อก่อน แถมยังช่วยให้สมองปลอดโปร่งและอารมณ์ดีขึ้นด้วยนะ ลองหาปลาเหล่านี้มาทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งดูนะคะ รับรองว่าผิวจะสวยสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกแน่นอน

อะโวคาโดและน้ำมันมะกอก: ไขมันดีเพื่อผิวพรรณ

นอกจากปลาทะเลแล้ว อะโวคาโดและน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ก็เป็นอีกสองแหล่งไขมันดีที่ช่วยบำรุงผิวพรรณได้อย่างยอดเยี่ยมเลยค่ะ อะโวคาโดอุดมไปด้วยวิตามิน E ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดดและมลภาวะ รวมถึงมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและยืดหยุ่น ฉันชอบนำอะโวคาโดมาหั่นใส่สลัด หรือทำเป็นแซนด์วิชทานตอนเช้าค่ะ คือนอกจากอร่อยแล้วยังทำให้รู้สึกอิ่มนานด้วยนะ ส่วนน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ก็เป็นไขมันดีที่เหมาะสำหรับการนำมาปรุงอาหาร หรือทำน้ำสลัด เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้ดีค่ะ การเลือกทานไขมันดีเหล่านี้เป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ผิว ทำให้ผิวพรรณของเราดูอ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวาอยู่เสมอค่ะ

กลุ่มอาหาร ตัวอย่างอาหาร ประโยชน์ต่อการชะลอวัยและผิวพรรณ
ผลไม้หลากสี บลูเบอร์รี่, สตรอว์เบอร์รี่, ส้ม, มะละกอ วิตามินซีสูง, สารต้านอนุมูลอิสระ (แอนโทไซยานิน), กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน, ปกป้องผิวจากมลภาวะ
ผักใบเขียวเข้ม ผักโขม, คะน้า, บรอกโคลี, กะหล่ำปลี วิตามิน A, C, K, คลอโรฟิลล์, สารซัลโฟราเฟน, ช่วยดีท็อกซ์และต้านการอักเสบ
เมล็ดพืชและถั่ว เมล็ดเจีย, เมล็ดแฟลกซ์, อัลมอนด์, วอลนัท กรดไขมันโอเมก้า 3, วิตามิน E, ใยอาหาร, บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น, ลดริ้วรอย
โปรตีนคุณภาพสูง ไข่ไก่, ปลาแซลมอน, อกไก่, เต้าหู้, ควินัว กรดอะมิโนจำเป็น, ช่วยสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน, ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่สึกหรอ
สมุนไพรและเครื่องเทศ ขมิ้นชัน, ขิง, พริกไทยดำ สารเคอร์คูมิน, จิงเจอรอล, ช่วยต้านการอักเสบ, กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต, สารต้านอนุมูลอิสระ
ไขมันดี อะโวคาโด, น้ำมันมะกอก, ปลาแซลมอน โอเมก้า 3, วิตามิน E, ช่วยลดการอักเสบ, ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว, ปกป้องเซลล์ผิว

ส่งท้ายบทความ

สวัสดีค่ะทุกคน! หลังจากที่เราได้คุยกันอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาหารมหัศจรรย์ที่ช่วยชะลอวัยและบำรุงผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ฉันหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพจากภายในสู่ภายนอกกันมากขึ้นนะคะ จากประสบการณ์ตรงของฉันเอง การที่เราเลือกทานอาหารที่ดีมีประโยชน์อย่างสม่ำเสมอนั้น ไม่ใช่แค่ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งสดใสขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของเราอย่างคาดไม่ถึงเลยค่ะ ร่างกายแข็งแรงขึ้น มีพลังงานในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น แถมยังรู้สึกสดชื่นและมีความสุขในทุกๆ วันอีกด้วย

จำไว้นะคะว่าความงามที่แท้จริงเริ่มต้นจากสุขภาพที่ดีภายใน การลงทุนกับอาหารดีๆ ในวันนี้ คือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนในระยะยาวค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในทันที ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินทีละเล็กทีละน้อย เริ่มจากสิ่งที่เราทำได้ง่ายๆ ก่อน แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างแน่นอนค่ะ ฉันเชื่อว่าทุกคนทำได้ และจะมีความสุขกับการดูแลตัวเองในแบบที่ยั่งยืนนี้ไปพร้อมๆ กันนะคะ! มาร่วมเป็นทีมคนรักสุขภาพและผิวสวยด้วยกันค่ะ

Advertisement

เกร็ดความรู้คู่สุขภาพ

1. ลองปรับเปลี่ยนทีละนิด ไม่ต้องรีบร้อนค่ะ: การเริ่มต้นทานอาหารเพื่อสุขภาพไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำแบบหักโหมในทันทีนะคะ ค่อยๆ เพิ่มผักผลไม้ในมื้ออาหาร หรือลองเปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวที่ไม่มีประโยชน์มาเป็นถั่วหรือผลไม้สดแทน การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำได้อย่างสม่ำเสมอจะดีกว่าการพยายามเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในครั้งเดียวแล้วท้อไปเสียก่อนค่ะ ฉันเองก็เริ่มจากการเพิ่มสลัดในมื้อเย็น หรือพกผลไม้ติดกระเป๋าไปทำงาน ผลลัพธ์ที่ได้มันดีเกินคาดจริงๆ ค่ะ ไม่ต้องไปเครียดกับการนับแคลอรี่หรืออดอาหารเลย แค่กินให้เป็นธรรมชาติ ให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนก็พอแล้วค่ะ ลองเริ่มต้นวันนี้ดูนะคะ แล้วจะรู้สึกดีขึ้นเองค่ะ

2. สนุกกับการทำอาหารเองที่บ้าน: การทำอาหารทานเองที่บ้านจะช่วยให้เราควบคุมส่วนผสมและคุณภาพของอาหารได้ดีที่สุดค่ะ แถมยังเป็นกิจกรรมที่สนุกและได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองหรือคนที่รักด้วยนะคะ ลองหาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่น่าสนใจมาลองทำดูค่ะ อย่างฉันเองชอบเข้าครัวช่วงวันหยุด ลองทำเมนูใหม่ๆ ที่มีผักเยอะๆ หรือทำสมูทตี้อร่อยๆ ไว้ทานตอนเช้า ก็เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ดูแลตัวเองไปในตัวค่ะ การเตรียมอาหารเองยังช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าอาหารที่เราทานนั้นสด สะอาด และปราศจากสารเคมีที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายด้วยนะคะ นอกจากประหยัดเงินแล้วยังดีต่อสุขภาพมากๆ เลยล่ะค่ะ

3. ฟังเสียงร่างกายของตัวเอง: แต่ละคนมีร่างกายและความต้องการที่ไม่เหมือนกันนะคะ สิ่งที่เหมาะกับคนหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่งก็ได้ค่ะ ลองสังเกตว่าเมื่อเราทานอาหารชนิดใด แล้วร่างกายของเรามีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร รู้สึกดีขึ้น สดชื่น มีพลังงาน หรือมีอาการผิดปกติอะไรหรือไม่ การเรียนรู้ที่จะฟังเสียงร่างกายตัวเองจะช่วยให้เราสามารถเลือกทานอาหารที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุดค่ะ บางทีการพักจากการทานเนื้อสัตว์หนักๆ บ้าง หรือการดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น ก็ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเบาสบายขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ อย่าลืมให้เวลากับตัวเองในการทำความเข้าใจร่างกายของเรานะคะ

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน: ข้อนี้สำคัญมากจนอยากจะเน้นอีกครั้งค่ะ! น้ำเปล่าคือสิ่งมหัศจรรย์ที่ช่วยให้ผิวพรรณของเราชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง และช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขาดน้ำจะส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน ดูไม่สดใส และอาจทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ ลองตั้งเป้าดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว หรือ 2 ลิตรดูนะคะ อาจจะพกขวดน้ำสวยๆ ติดตัวไว้ เพื่อกระตุ้นให้เราจิบน้ำบ่อยๆ ตลอดวันก็ได้ค่ะ พอร่างกายได้รับน้ำเพียงพอแล้ว คุณจะรู้สึกสดชื่นและสังเกตเห็นความแตกต่างของผิวพรรณได้เลยล่ะค่ะ ผิวจะดูอิ่มฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย

5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: แม้จะเป็นเรื่องของอาหาร แต่การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ เพราะช่วงที่เรานอนหลับ ร่างกายจะทำการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ต่างๆ รวมถึงเซลล์ผิวหนังด้วย การนอนน้อยจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมามากขึ้น ซึ่งส่งผลเสียต่อผิวพรรณโดยตรง ทำให้ผิวดูโทรม หมองคล้ำ และเกิดริ้วรอยได้ง่ายค่ะ ลองจัดตารางเวลาการนอนให้สม่ำเสมอ พยายามเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ผิวก็จะสวยสดใสเปล่งปลั่งตามมาเองค่ะ อย่าลืมให้ความสำคัญกับการนอนนะคะ

ประเด็นสำคัญที่คุณต้องจำ

ท้ายที่สุดนี้ อยากจะย้ำเตือนอีกครั้งว่า การดูแลสุขภาพและผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืนนั้น ต้องเริ่มต้นจากภายในสู่ภายนอกค่ะ การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์อุดมไปด้วยวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ และไขมันดี เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยบำรุงเซลล์ต่างๆ ในร่างกายของเราให้แข็งแรง พร้อมรับมือกับมลภาวะและความเครียดในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้หลากสีสัน เมล็ดพืช ถั่ว โปรตีนคุณภาพสูง หรือแม้แต่สมุนไพรไทย ก็ล้วนแล้วแต่มีคุณค่ามหาศาลต่อการชะลอวัยทั้งสิ้นค่ะ ที่สำคัญ อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ และให้ความสำคัญกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ด้วยนะคะ เพราะทุกองค์ประกอบล้วนเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก เพื่อให้เรามีสุขภาพที่ดีและผิวพรรณที่เปล่งปลั่งสดใสไปได้นานๆ อย่างที่ใจต้องการค่ะ อย่าลืมนำเคล็ดลับดีๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันนะคะ แล้วคุณจะรู้สึกดีกับตัวเองในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: อาหารชะลอวัยมีอะไรบ้างที่หาซื้อง่ายในตลาดไทยและมีประโยชน์จริงๆ คะ?

ตอบ: โอ้โห! คำถามนี้โดนใจสุดๆ เลยค่ะ เพราะฉันเองก็ชอบสรรหาของอร่อยและมีประโยชน์มาทานเหมือนกัน จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ลองผิดลองถูกมาเยอะ ก็พบว่าอาหารดีๆ ที่ช่วยชะลอวัยและหาซื้อง่ายในบ้านเรามีเยอะแยะเลยค่ะ อย่างแรกเลยคือ ‘ผักใบเขียวเข้ม’ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคะน้า ผักโขม ตำลึง บรอกโคลี พวกนี้อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระสูงปรี๊ดดด!
ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส แถมยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีอีกด้วยนะคะ ฉันเองจะชอบเอามาผัดน้ำมันหอยเบาๆ หรือใส่ในแกงจืดตอนเช้าค่ะต่อมาก็คือ ‘ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่’ ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสเบอร์รี ถึงแม้จะนำเข้าเป็นส่วนใหญ่แต่ก็หาซื้อได้ง่ายขึ้นมากตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำค่ะ ผลไม้พวกนี้มีสารแอนโธไซยานินสูงมาก ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด ช่วยปกป้องเซลล์ผิวเราจากความเสียหาย ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ ฉันชอบเอามาใส่ในโยเกิร์ตหรือปั่นเป็นสมูทตี้ตอนเช้าค่ะ ฟินมาก!
นอกจากนี้ ‘ปลาทะเลน้ำลึก’ อย่างปลาแซลมอน ปลาทู หรือปลาซาร์ดีน ก็เป็นแหล่งโอเมก้า 3 ที่ดีเยี่ยมค่ะ โอเมก้า 3 เนี่ยสำคัญกับผิวพรรณและสุขภาพมากๆ เลยนะคะ ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ลดริ้วรอย และยังดีต่อสมองและหัวใจด้วยค่ะ ลองหามาทำปลาเผา หรือนึ่งทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดดูนะคะ อร่อยและได้ประโยชน์เต็มๆ ค่ะสุดท้ายที่อยากจะแนะนำเลยคือ ‘ถั่วเปลือกแข็งและธัญพืช’ เช่น อัลมอนด์ วอลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต พวกนี้มีใยอาหารสูง โปรตีนดี และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งเป็นไขมันดีที่จำเป็นต่อร่างกายมากๆ เลยค่ะ ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ลดความอยากอาหาร และยังมีวิตามินอีที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งด้วยนะ ลองทานเป็นของว่างแทนขนมหวาน หรือใส่ในสลัดก็อร่อยค่ะ!

ถาม: นอกจากเรื่องอาหารแล้ว มีวิธีไหนอีกบ้างที่ช่วยให้เราดูเด็กลงและสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกได้คะ?

ตอบ: เป็นคำถามที่ดีมากเลยค่ะ! เพราะการดูแลตัวเองให้ดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีนั้นไม่ใช่แค่เรื่องอาหารอย่างเดียว แต่มันคือการดูแลแบบองค์รวม หรือที่ฉันชอบเรียกว่า “Holistic Wellness” ค่ะ จากประสบการณ์ของฉันเอง การปรับไลฟ์สไตล์บางอย่างควบคู่ไปกับการทานอาหารที่ดีนี่แหละค่ะ ที่จะเห็นผลชัดเจนและยั่งยืนที่สุดอย่างแรกเลยคือ ‘การนอนหลับให้เพียงพอและมีคุณภาพ’ ค่ะ เชื่อไหมคะว่าการนอนสำคัญกว่าที่คิดเยอะเลย?
ตอนที่เรานอนหลับ ร่างกายจะทำการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ที่สึกหรอ และผลิตฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยเรื่องการชะลอวัย การนอนไม่พอจะทำให้ผิวดูโทรม มีริ้วรอยง่าย แถมยังรู้สึกอ่อนเพลีย สมองไม่แล่นด้วยค่ะ ฉันเองจะพยายามนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงทุกคืน และสร้างบรรยากาศห้องนอนให้เงียบสงบ มืดสนิท ลองดูนะคะ รับรองว่าตื่นมาจะรู้สึกสดชื่น ผิวพรรณก็ดูสดใสขึ้นจริงๆ ค่ะต่อมาคือ ‘การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ’ ไม่จำเป็นต้องหักโหมเป็นนักกีฬาก็ได้ค่ะ แค่วันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-4 วัน ก็เพียงพอแล้วค่ะ การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล แถมยังช่วยลดความเครียด เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูกด้วยนะคะ ฉันชอบเดินเร็ว โยคะ หรือปั่นจักรยานเบาๆ ค่ะ แค่นี้ก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นเยอะเลยและที่สำคัญมากๆ อีกอย่างคือ ‘การจัดการความเครียด’ ค่ะ ความเครียดเป็นตัวการร้ายที่ทำให้แก่เร็วเลยนะ!
เพราะมันจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างอนุมูลอิสระมาทำลายเซลล์ต่างๆ ทำให้ผิวพรรณไม่สดใส เกิดริ้วรอย และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วยค่ะ ลองหาวิธีผ่อนคลายที่ชอบ เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ นั่งสมาธิ หรือทำกิจกรรมที่สนุกสนานกับเพื่อนๆ ดูนะคะ ฉันเองจะใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ หรือพูดคุยกับเพื่อนสนิทค่ะ รู้สึกได้เลยว่าความเครียดลดลงไปเยอะ และช่วยให้จิตใจสงบขึ้นมากๆ เลยค่ะ

ถาม: ถ้าอยากเริ่มปรับเปลี่ยนการกินเพื่อชะลอวัย ควรเริ่มต้นอย่างไรดีคะ สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา?

ตอบ: เข้าใจเลยค่ะว่าหลายๆ คน โดยเฉพาะคนทำงานอย่างเราๆ มักจะไม่มีเวลาเตรียมอาหารมากนัก แต่ไม่ต้องกังวลนะคะ! จากประสบการณ์ของฉันเอง การเริ่มต้นปรับเปลี่ยนการกินเพื่อชะลอวัยไม่จำเป็นต้องหักโหมหรือใช้เวลาเยอะเลยค่ะ แค่เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวันก็เห็นผลแล้วค่ะเคล็ดลับแรกที่ฉันอยากแนะนำคือ ‘เริ่มจากมื้อเช้า’ ค่ะ เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการเติมพลังให้ร่างกาย ลองเปลี่ยนจากขนมปังขาวกับกาแฟ มาเป็นโยเกิร์ตผสมผลไม้สดอย่างเบอร์รี่ หรือข้าวโอ๊ตใส่ผลไม้และถั่วดูนะคะ ใช้เวลาไม่นานเลย แถมยังได้สารอาหารครบถ้วน อิ่มนาน และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญให้ดีตั้งแต่เช้าด้วยค่ะ ฉันเองจะเตรียมผลไม้หั่นใส่กล่องไว้ล่วงหน้า แล้วเช้ามาก็แค่เทใส่โยเกิร์ต ก็ทานได้เลย สะดวกมากๆ ค่ะต่อมาคือ ‘พกผลไม้หรือถั่วเปลือกแข็งติดตัว’ ไว้เป็นของว่างค่ะ แทนที่จะพึ่งขนมถุง หรือชานมไข่มุกเวลาหิวระหว่างวัน ลองเปลี่ยนมาเป็นแอปเปิล ฝรั่ง หรือถั่วอัลมอนด์สักกำมือดูนะคะ นอกจากจะช่วยให้เราห่างไกลจากน้ำตาลและไขมันที่ไม่จำเป็นแล้ว ยังได้วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระแบบเต็มๆ อีกด้วย ฉันเองจะแบ่งอัลมอนด์ใส่ถุงซิปล็อกเล็กๆ พกใส่กระเป๋าไว้ตลอดค่ะ เวลาหิวก็หยิบมาทานได้เลยและสุดท้าย ‘ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ’ ค่ะ ฟังดูเหมือนง่าย แต่หลายคนมักจะลืมความสำคัญของการดื่มน้ำไปนะคะ น้ำเปล่าช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดี ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ผิวพรรณก็ดูชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง ไม่แห้งกร้าน และยังช่วยกำจัดของเสียออกจากร่างกายด้วยค่ะ ลองตั้งขวดน้ำไว้ใกล้ๆ ตัว หรือตั้งเตือนให้ดื่มน้ำทุกชั่วโมงดูนะคะ ฉันเองจะพกกระติกน้ำส่วนตัวไว้ตลอดค่ะ และพยายามดื่มให้ได้อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน รับรองว่าผิวจะดูดีขึ้น และรู้สึกสดชื่นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ เห็นไหมคะว่าการดูแลตัวเองให้ดูอ่อนเยาว์ไม่ใช่เรื่องยากเลย แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวันค่ะ

📚 อ้างอิง

Advertisement