เจาะลึกชีสวีแกนยี่ห้อไหนดี เคล็ดลับที่สายวีแกนพลาดไม่ได้

webmaster

A vibrant display of diverse vegan cheeses in a modern Thai grocery setting. Showcase creamy coconut-based blocks, rich cashew-based wheels, shredded plant-based mozzarella, and smooth vegan cream cheese. Highlight varied textures and melt capabilities. Emphasize the growing variety in Thailand's vegan market. High quality, realistic, appealing.

ช่วงนี้รู้สึกไหมคะว่ากระแสการกินแพลนต์เบสหรือมังสวิรัติกำลังมาแรงแซงโค้งจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์ด้วย ตัวฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่กำลังปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต พยายามลดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมวัวลงบ้าง แต่สารภาพเลยว่าสิ่งที่ตัดใจยากที่สุดคือ “ชีส” ค่ะ!

เมื่อก่อนเวลาพูดถึงชีสวีแกน หลายคนคงนึกถึงรสชาติที่ยังไม่ค่อยถูกใจ หรือเนื้อสัมผัสที่แปลกๆ ไม่ยืด ไม่หอมเหมือนชีสจริงๆ ใช่ไหมล่ะคะ? แต่ตอนนี้ โลกของชีสวีแกนก้าวหน้าไปไกลมากแล้วค่ะ!

ด้วยนวัตกรรมอาหารที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้มีชีสวีแกนหลากหลายยี่ห้อให้เลือกเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นที่ทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ มะพร้าว หรือแม้แต่โปรตีนถั่ว รสชาติและสัมผัสก็ใกล้เคียงชีสปกติจนน่าทึ่ง บางยี่ห้อก็ละลายได้ ยืดได้ หอมมัน ไม่แพ้ของเดิมเลยทีเดียว ตลาดในประเทศไทยเองก็เริ่มมีตัวเลือกมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแบรนด์ต่างประเทศที่เข้ามา หรือแบรนด์ไทยที่คิดค้นสูตรเฉพาะตัวขึ้นมาตอบโจทย์คนรักชีสแบบเราๆ นี่แหละค่ะในฐานะที่ได้ลองผิดลองถูกกับชีสวีแกนมาหลายต่อหลายแบรนด์ บอกเลยว่าการเลือกชีสวีแกนที่ใช่สำหรับเรานั้นก็มีเคล็ดลับและจุดที่ต้องพิจารณาอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสชาติ เนื้อสัมผัส ความสามารถในการละลาย หรือแม้กระทั่งความหลากหลายในการนำไปใช้งาน วันนี้เราจะมาเจาะลึกและเปรียบเทียบชีสวีแกนแต่ละแบรนด์ที่น่าสนใจในตลาด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าแบรนด์ไหนจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณมากที่สุดค่ะ เรามาดูรายละเอียดกันอย่างแม่นยำดีกว่าค่ะ

เจาะลึกสัมผัส: ความยืด ละลาย และรสสัมผัสที่แตกต่างกัน

เจาะล - 이미지 1
ในโลกของชีสวีแกนที่กว้างใหญ่ไพศาล สิ่งแรกที่เราจะสัมผัสได้และเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจเลือกซื้อเลยก็คือ “เนื้อสัมผัส” และ “ความสามารถในการละลาย” ค่ะ สองสิ่งนี้แหละที่มักจะสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างชีสวีแกนแต่ละชนิดและแบรนด์ และแน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่คนรักชีสอย่างเราๆ ให้ความสำคัญไม่แพ้รสชาติเลยทีเดียว จากประสบการณ์ตรงของฉันที่ได้ลองมาหลายต่อหลายยี่ห้อ ต้องบอกเลยว่าวัตถุดิบหลักที่นำมาใช้เป็นตัวกำหนดคุณสมบัติเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนเลยล่ะค่ะ ชีสวีแกนบางตัวจะนุ่มนวลคล้ายครีมชีส บางตัวก็แน่นหนึบคล้ายเชดดาร์ และบางตัวก็ยืดได้เหมือนมอสซาเรลล่าแท้ๆ จนน่าทึ่ง แต่ละชนิดก็มีเสน่ห์และข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ซึ่งส่งผลต่อการนำไปใช้งานในเมนูต่างๆ ด้วยนะคะ การทำความเข้าใจพื้นฐานตรงนี้จะช่วยให้เราเลือกชีสวีแกนที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องของการทดลองเท่านั้น แต่เป็นการทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของผลิตภัณฑ์นั้นๆ เลยทีเดียว

1. ชีสวีแกนจากมะพร้าว: นุ่มนวล ละลายง่ายแต่รสชาติไม่จัดจ้าน

ชีสวีแกนที่ทำจากน้ำมันมะพร้าวหรือกะทิเป็นหนึ่งในประเภทที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในตลาด เพราะมีต้นทุนไม่สูงและสามารถขึ้นรูปได้ง่าย เนื้อสัมผัสของชีสประเภทนี้มักจะค่อนข้างนุ่มนวล ออกไปทางครีมมี่ หรือถ้าเป็นแบบก้อนก็จะมีความยืดหยุ่นพอสมควรเลยค่ะ จุดเด่นที่หลายคนชอบคือมันสามารถละลายได้ดีมากๆ เมื่อโดนความร้อน ทำให้เหมาะกับการนำไปทำพิซซ่า แซนด์วิชปิ้ง หรือแม้แต่ใส่ในซอสพาสต้าเพื่อให้ได้ความข้นหนืดที่กำลังดี แต่ข้อสังเกตจากประสบการณ์ส่วนตัวของฉันคือ ชีสวีแกนจากมะพร้าวบางยี่ห้ออาจจะมีกลิ่นและรสชาติของมะพร้าวติดมาบ้าง ซึ่งอาจจะไม่ถูกปากทุกคน โดยเฉพาะคนที่คาดหวังรสชาติชีสแบบดั้งเดิมที่เข้มข้นจัดจ้าน และบางครั้งความหอมมันที่ได้ก็ยังไม่เต็มที่เท่าที่ควร แต่ถ้ามองในแง่ของความคุ้มค่าและใช้งานง่าย มันก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นลองชีสวีแกนนะคะ

2. ชีสวีแกนจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์: เข้มข้น มีมิติ ยืดหยุ่นดีเยี่ยม

สำหรับสายวีแกนที่โหยหาความเข้มข้นและรสชาติชีสที่ซับซ้อน ชีสวีแกนจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์มักจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ผ่านการแช่น้ำและปั่นจนละเอียดจะให้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม มีความครีมมี่สูง และยังสามารถหมักบ่มเพื่อพัฒนารสชาติให้มีความเปรี้ยว เค็ม มัน และมีมิติคล้ายชีสแท้ๆ ได้อย่างน่าทึ่ง ตัวฉันเองรู้สึกว่าชีสจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์มักจะมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งต่างจากชีสวัวแต่ก็อร่อยในแบบของมันเอง บางยี่ห้อก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมจนแทบแยกไม่ออกเลยล่ะค่ะว่าไม่ใช่ชีสจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นชีสสำหรับทาขนมปัง ชีสบล็อกสำหรับหั่น หรือแม้แต่ชีสที่ละลายและยืดได้ดีเยี่ยมเมื่อโดนความร้อน ราคาอาจจะสูงกว่าชีสจากมะพร้าวเล็กน้อย แต่ถ้ามองในเรื่องของรสชาติและประสบการณ์ที่ได้รับ ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนมากๆ ค่ะ ใครที่อยากได้ชีสวีแกนที่จริงจังเรื่องรสชาติ ต้องลองเลย!

3. นวัตกรรมจากถั่วและพืชอื่นๆ: ทางเลือกใหม่ที่น่าจับตา

นอกเหนือจากมะพร้าวและเม็ดมะม่วงหิมพานต์แล้ว วงการชีสวีแกนก็ยังมีการนำวัตถุดิบจากพืชอื่นๆ มาใช้ในการผลิตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง (เต้าหู้) อัลมอนด์ ถั่วลันเตา มันฝรั่ง หรือแม้แต่มันสำปะหลัง ชีสวีแกนเหล่านี้มักจะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น บางยี่ห้ออาจจะเน้นเรื่องโปรตีนสูง บางยี่ห้อเน้นไขมันต่ำ หรือบางยี่ห้อก็พยายามเลียนแบบรสชาติและเนื้อสัมผัสของชีสประเภทพิเศษ เช่น พาร์เมซาน หรือบลูชีส การใช้เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนขึ้นทำให้ชีสวีแกนเหล่านี้มีคุณสมบัติที่หลากหลาย บางตัวสามารถขูดเป็นฝอยได้ดี บางตัวเหมาะกับการทำเป็นซอสเข้มข้น และบางตัวก็สามารถนำไปอบจนกรอบได้เลยค่ะ ฉันรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ เหล่านี้ เพราะมันเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้มีทางเลือกที่หลากหลายและตรงใจมากยิ่งขึ้น นี่คือเครื่องยืนยันว่าชีสวีแกนไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นทางเลือก แต่กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ ค่ะ

พลิกโฉมเมนูโปรด: ชีสวีแกนกับการทำอาหารในครัวเรือน

สำหรับนักกินอย่างเราๆ ที่คุ้นเคยกับการนำชีสมาเป็นส่วนประกอบหลักในหลากหลายเมนู การเปลี่ยนมาใช้ชีสวีแกนอาจจะฟังดูท้าทายในตอนแรกค่ะ แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมยังเปิดโอกาสให้เราได้สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นด้วยซ้ำ!

จากประสบการณ์ของฉัน การเลือกชีสวีแกนที่เหมาะสมกับประเภทของอาหารที่จะทำเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะชีสแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการละลาย การยืดตัว และรสชาติที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์สุดท้ายของจานโปรดของเรา ฉันเคยลองผิดลองถูกมาหลายครั้งกว่าจะเจอชีสวีแกนที่ใช่สำหรับแต่ละเมนู แต่เมื่อเจอแล้ว บอกเลยว่าชีวิตดีขึ้นเยอะมากค่ะ ไม่ต้องโหยหาชีสวัวอีกต่อไปเลยทีเดียว การทำอาหารด้วยชีสวีแกนก็สนุกไม่แพ้กัน แถมยังรู้สึกดีกับร่างกายและสิ่งแวดล้อมอีกด้วยนะคะ

1. ชีสวีแกนบนพิซซ่า: ความท้าทายของการละลายและสีสันที่สวยงาม

พิซซ่าเป็นเมนูคลาสสิกที่ขาดชีสไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะ และนี่คือจุดที่ชีสวีแกนจะแสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ จากที่ฉันลองมา ชีสวีแกนประเภทมอสซาเรลล่าที่ทำจากมะพร้าวหรือมันฝรั่งมักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดบนพิซซ่า เพราะมันมีคุณสมบัติในการละลายและยืดได้ดีเมื่อโดนความร้อนสูงๆ ในเตาอบ แต่ก็มีข้อสังเกตเล็กน้อยนะคะ บางยี่ห้ออาจจะไม่ได้ให้สีเหลืองทองสวยงามเหมือนชีสวัวแท้ๆ หลังจากอบเสร็จ อาจจะต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วยค่ะ ฉันมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ คือ ลองโรยชีสวีแกนบนพิซซ่าในช่วง 5-10 นาทีสุดท้ายก่อนนำออกจากเตา เพื่อให้ชีสละลายกำลังดี ไม่สุกเกินไปจนแห้งแข็ง หรือบางคนอาจจะชอบชีสที่ไหม้เกรียมเล็กน้อยที่ขอบ ก็สามารถปรับได้ตามความชอบเลยค่ะ การได้เห็นชีสเยิ้มๆ บนหน้าพิซซ่าร้อนๆ มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนรักชีสจริงๆ นะคะ ไม่ว่าจะวีแกนหรือไม่วีแกนก็ตาม

2. พาสต้าและซอสชีสวีแกน: สร้างสรรค์เมนูโปรดให้อร่อยลงตัว

เมนูพาสต้าครีมซอสหรือชีสซอสต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งเวทีที่ชีสวีแกนสามารถเฉิดฉายได้ไม่แพ้กันค่ะ โดยเฉพาะชีสวีแกนประเภทครีมชีสหรือชีสที่ทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์จะเหมาะมากสำหรับการนำมาทำซอส เพราะให้ความข้นหนืดและรสชาติที่เข้มข้นลงตัว ฉันชอบเอาครีมชีสวีแกนมาผสมกับนมพืช (เช่น นมอัลมอนด์หรือนมโอ๊ต) และเครื่องเทศต่างๆ เพื่อทำซอสคาโบนาร่าหรือซอสอัลเฟรโดวีแกน รสชาติที่ได้คือหอมมัน กลมกล่อม ไม่แพ้ซอสที่ทำจากนมวัวเลยค่ะ บางครั้งก็ใส่พาร์เมซานชีสวีแกนแบบขูดเพิ่มเข้าไปเพื่อเพิ่มความเค็มและอูมามิให้ซอสมีมิติมากขึ้นด้วยนะคะ เคล็ดลับคือต้องคนซอสให้เข้ากันดี เพื่อไม่ให้ชีสจับตัวเป็นก้อน และอาจจะเพิ่มยีสต์โภชนาการ (Nutritional Yeast) เข้าไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติชีสซี่แบบธรรมชาติ ก็อร่อยเหาะไปเลยล่ะค่ะ

3. แซนด์วิชและเบอร์เกอร์: ความลับของชีสเยิ้มๆ ที่ไม่รู้สึกผิด

สำหรับเมนูที่ทำง่ายๆ อย่างแซนด์วิชชีสย่างหรือเบอร์เกอร์ใส่ชีส ชีสวีแกนก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ โดยเฉพาะชีสวีแกนแบบแผ่นที่ออกแบบมาให้มีคุณสมบัติในการละลายและยืดได้ดีเมื่อโดนความร้อนจากกระทะหรือเครื่องปิ้งขนมปัง ฉันจำได้ว่าตอนแรกๆ ที่ลองชีสวีแกนแบบแผ่นก็แอบกังวลว่ามันจะไม่เยิ้มสวยเหมือนชีสปกติ แต่พอได้ลองจริงๆ แล้ว หลายยี่ห้อทำออกมาได้น่าประทับใจมากค่ะ ชีสจะละลายและคลุมขนมปังหรือเนื้อเบอร์เกอร์อย่างสวยงาม ให้ความรู้สึกหอมมันและนุ่มนวลในปาก ใครที่คิดถึงแซนด์วิชชีสยืดๆ บอกเลยว่าชีสวีแกนแบบแผ่นนี่แหละคือคำตอบ!

แถมยังกินได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องรู้สึกผิดเรื่องการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์อีกด้วย เป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ สำหรับมื้อเช้าเร่งด่วนหรือมื้อกลางวันที่อยากได้อะไรอุ่นๆ เยิ้มๆ นะคะ

ตามหาชีสวีแกนคู่ใจ: แบรนด์ไหนดีในตลาดไทย?

ในประเทศไทยตอนนี้ ต้องบอกเลยว่าตลาดชีสวีแกนเติบโตอย่างรวดเร็ว มีตัวเลือกให้เราได้ลองมากมายกว่าเมื่อก่อนเยอะมากค่ะ ทั้งแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศที่คุ้นเคยกันดี หรือแม้กระทั่งแบรนด์ไทยที่พัฒนาสูตรขึ้นมาเองเพื่อตอบโจทย์รสชาติและวัตถุดิบในบ้านเรา การได้ลองชิมชีสวีแกนแต่ละแบรนด์ก็เหมือนกับการผจญภัยเลยค่ะ บางครั้งก็เจอของที่ใช่ในทันที บางครั้งก็ต้องลองไปเรื่อยๆ กว่าจะเจอตัวที่ถูกปากจริงๆ ในฐานะคนที่ลองมาเยอะพอสมควร ฉันอยากจะแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ที่น่าสนใจในตลาดไทย เพื่อให้ทุกคนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ เพราะแต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่น จุดด้อย และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งอาจจะเหมาะกับความชอบและการใช้งานที่แตกต่างกันไป การทำความเข้าใจภาพรวมของตลาดจะช่วยให้เราไม่เสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่ถูกใจ และได้พบกับชีสวีแกนคู่ใจที่ใช่ที่สุดของเราได้อย่างรวดเร็วค่ะ

1. แบรนด์นำเข้ายอดนิยม: ตัวเลือกหลากหลาย คุณภาพสูง

แบรนด์ชีสวีแกนจากต่างประเทศหลายยี่ห้อเริ่มเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในตลาดโลกอยู่แล้วค่ะ ยกตัวอย่างเช่น Violife, Daiya, Miyoko’s Kitchen หรือ Follow Your Heart แบรนด์เหล่านี้มักจะมีนวัตกรรมในการผลิตที่ล้ำหน้า ทำให้ได้ชีสวีแกนที่มีเนื้อสัมผัสและรสชาติใกล้เคียงกับชีสวัวมากๆ บางยี่ห้อก็โดดเด่นเรื่องความสามารถในการละลายและยืดตัวที่ดีเยี่ยม ทำให้เหมาะกับการนำไปใช้ในเมนูที่ต้องการชีสเยิ้มๆ อย่างพิซซ่าหรือแซนด์วิช ส่วนเรื่องรสชาติก็มีความหลากหลาย ตั้งแต่รสอ่อนๆ ไปจนถึงรสชาติเข้มข้นจัดจ้านคล้ายเชดดาร์ หรือชีสรมควันก็มีให้เลือกค่ะ ข้อดีของแบรนด์นำเข้าคือมีตัวเลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นชีสแบบก้อน แบบแผ่น แบบขูด หรือแม้แต่ครีมชีส แต่ข้อจำกัดก็คือเรื่องราคาที่อาจจะสูงกว่าแบรนด์ไทยพอสมควร และบางยี่ห้อก็อาจจะหาซื้อยากนิดนึงค่ะ ต้องตามหาในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่หรือร้านค้าสุขภาพเฉพาะทาง

2. แบรนด์ไทยดาวรุ่ง: ฝีมือคนไทย รสชาติถูกปาก

เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมากค่ะที่แบรนด์ชีสวีแกนของไทยเองก็พัฒนาขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม และเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ แบรนด์ไทยหลายเจ้าเน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มะพร้าว หรือถั่วเหลือง มาสร้างสรรค์ชีสวีแกนที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และถูกปากคนไทย จุดเด่นของแบรนด์ไทยคือเรื่องของความสดใหม่ เพราะผลิตในประเทศ ทำให้มั่นใจในคุณภาพได้ในระดับหนึ่ง และที่สำคัญคือราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าแบรนด์นำเข้ามากค่ะ บางแบรนด์ก็เน้นการทำชีสวีแกนแบบโฮมเมด ซึ่งจะมีกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นธรรมชาติมากๆ เหมือนทำเองที่บ้านเลยล่ะค่ะ ฉันเคยลองชีสวีแกนของคนไทยบางยี่ห้อแล้วติดใจมาก เพราะรสชาติมันกลมกล่อม มีความหอมเฉพาะตัว และใช้งานได้หลากหลายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปทำชีสบอร์ด หรือนำไปเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารต่างๆ ก็อร่อยลงตัวค่ะ เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนับสนุนมากๆ เลยนะคะ

3. เปรียบเทียบภาพรวม: ประเภท, ราคา และจุดเด่น

เพื่อให้เห็นภาพรวมของชีสวีแกนในตลาดไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ฉันได้รวบรวมข้อมูลสำคัญของชีสวีแกนประเภทต่างๆ ที่เรามักจะพบเจอได้บ่อยๆ มาเปรียบเทียบให้ดูกันค่ะ ข้อมูลนี้เป็นเพียงค่าโดยประมาณนะคะ เพราะราคาและแหล่งจำหน่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชั่นหรือนโยบายของร้านค้า แต่ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในการช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นค่ะ

ชนิดชีสวีแกน วัตถุดิบหลัก ราคาโดยประมาณ (บาท) จุดเด่นและเหมาะสำหรับ หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง
มอสซาเรลล่า (แบบขูด/แผ่น) มะพร้าว, มันฝรั่ง 150-300 ละลายและยืดได้ดี, เหมาะกับพิซซ่า, แซนด์วิชย่าง ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ, ร้านค้าสุขภาพ, ออนไลน์
เชดดาร์ (แบบก้อน/แผ่น) เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ถั่วเหลือง 180-350 รสชาติเข้มข้น, เหมาะกับเบอร์เกอร์, แซนด์วิช, ชีสบอร์ด ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่, ออนไลน์, ร้านค้าเฉพาะทาง
ครีมชีส เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ถั่วเหลือง 120-250 เนื้อนุ่ม, ครีมมี่, เหมาะกับเบเกอรี่, แครกเกอร์, ซอสพาสต้า ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านสะดวกซื้อบางแห่ง, ร้านค้าสุขภาพ
พาร์เมซาน (แบบขูด/ผง) ถั่วเปลือกแข็ง (เช่น อัลมอนด์, เม็ดมะม่วง), ยีสต์โภชนาการ 100-200 รสชาติเค็ม, มีอูมามิ, เหมาะสำหรับโรยพาสต้า, สลัด ร้านค้าสุขภาพ, ออนไลน์, ซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่ง
บลูชีส (แบบก้อน) เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ถั่วแระญี่ปุ่น 250-400 รสชาติและกลิ่นเฉพาะตัว, เหมาะกับชีสบอร์ด, สลัดพรีเมียม ร้านค้าสุขภาพเฉพาะทาง, ออนไลน์ (บางแบรนด์)

ประสบการณ์ตรงจากคนเคยลอง: กว่าจะเจอชีสวีแกนที่ใช่

ในฐานะคนที่หลงใหลในชีสมาตั้งแต่เด็กๆ การตัดสินใจเปลี่ยนมาลองชีสวีแกนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ยอมรับว่าตอนแรกก็มีความกังวลอยู่ไม่น้อยว่ารสชาติและเนื้อสัมผัสจะทดแทนชีสแบบเดิมได้จริงหรือเปล่า แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะลดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ฉันจึงตัดสินใจออกเดินทางค้นหา “ชีสวีแกนที่ใช่” ของตัวเอง และบอกเลยว่าการเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยบทเรียนและประสบการณ์ที่น่าจดจำมากมาย มีทั้งความผิดหวังจากบางยี่ห้อที่ไม่เป็นอย่างที่คิด และความประทับใจสุดๆ กับบางยี่ห้อที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้เจอเนื้อคู่เลยล่ะค่ะ การได้ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองทำให้ฉันเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าชีสวีแกนแต่ละประเภท แต่ละแบรนด์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการค้นหาว่าอะไรที่เหมาะกับรสนิยมและความต้องการของเรามากที่สุดค่ะ

1. บทเรียนจากการลองผิดลองถูก: สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อ

ช่วงแรกๆ ที่เริ่มลองชีสวีแกน ฉันมักจะซื้อแบบสุ่มๆ ไปเรื่อยๆ ค่ะ เพราะยังไม่มีข้อมูลมากนัก ผลที่ได้คือ บางครั้งก็ได้ชีสที่รสชาติแปลกๆ ไม่ถูกปากเอาซะเลย หรือบางทีก็ได้ชีสที่ไม่ละลายเมื่อนำไปทำอาหาร ทำให้เสียความรู้สึกไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่ผิดหวังก็ถือเป็นบทเรียนค่ะ สิ่งที่ฉันเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงคือ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อชีสวีแกน เราควรถามตัวเองก่อนว่า “เราจะเอาไปทำอะไร?” ถ้าจะเอาไปทำพิซซ่าที่ต้องการความยืด เราก็ควรเลือกชีสที่ระบุว่า “Melts & Stretches” ได้ดี แต่ถ้าจะเอาไปทาขนมปังหรือทำซอส ก็อาจจะเน้นชีสประเภทครีมมี่ที่รสชาติกลมกล่อม นอกจากนี้ การอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานคนอื่นๆ ก็ช่วยได้มากค่ะ เพราะแต่ละคนก็มีรสนิยมที่แตกต่างกันไป แต่เสียงส่วนใหญ่ก็สามารถบอกแนวโน้มได้ว่าชีสนั้นๆ มีคุณภาพเป็นอย่างไร นี่คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลาของเราได้เยอะเลยค่ะ อย่ากลัวที่จะลอง แต่จงลองอย่างมีข้อมูล!

2. แบรนด์ที่ประทับใจเป็นพิเศษ: ทำไมถึงยกให้เป็นที่หนึ่งในใจ

จากบรรดาชีสวีแกนมากมายที่ฉันได้ลองมา มีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อที่ทำให้ฉันรู้สึก “ว้าว!” จริงๆ และยกให้เป็นที่หนึ่งในใจเลยค่ะ หนึ่งในนั้นคือชีสวีแกนจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ของแบรนด์ไทยแห่งหนึ่ง (ขอไม่เอ่ยชื่อโดยตรงนะคะ แต่เป็นที่รู้จักในกลุ่มวีแกนพอสมควร) ที่ทำชีสบล็อกออกมาได้รสชาติเข้มข้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และสามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นๆ หรือขูดฝอยก็ได้หมดเลยค่ะ ฉันชอบเอามาใส่ในแซนด์วิช หรือบางทีก็กินเปล่าๆ กับแครกเกอร์เพลินๆ ก็อร่อยมาก อีกยี่ห้อหนึ่งเป็นชีสมอสซาเรลล่าวีแกนจากต่างประเทศ (Violife) ที่ละลายได้ดีเยี่ยม และยืดได้เหมือนชีสจริงๆ ตอนที่ฉันทำพิซซ่าแล้วได้เห็นชีสมันยืดๆ นั่นแหละค่ะ รู้สึกดีใจมากเหมือนได้ค้นพบขุมทรัพย์เลยทีเดียว การได้เจอชีสวีแกนที่ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและคุณสมบัติการใช้งาน ทำให้การเปลี่ยนวิถีชีวิตมาเป็นวีแกนของฉันง่ายขึ้นมากจริงๆ ค่ะ มันเป็นการเติมเต็มความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของเราได้เลยล่ะ

3. ข้อควรระวังในการเลือก: อย่าพลาดกับรสชาติที่ไม่ถูกปาก

แม้ว่าชีสวีแกนจะพัฒนาไปไกลมากแล้ว แต่ก็ยังมีบางยี่ห้อที่อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังของเราได้เต็มที่ค่ะ จากประสบการณ์ของฉัน ข้อควรระวังหลักๆ คือเรื่องของ “รสสัมผัสที่อาจจะยังไม่เหมือน” และ “กลิ่นที่อาจจะแปลกไปบ้าง” ในบางยี่ห้อ โดยเฉพาะชีสวีแกนที่เน้นความเหมือนชีสวัวมากๆ บางครั้งอาจจะมีการแต่งกลิ่นสังเคราะห์ที่ทำให้รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ หรือบางยี่ห้อก็อาจจะมีเนื้อสัมผัสที่ร่วนเกินไป ไม่เกาะตัวกัน ทำให้ยากต่อการนำไปใช้งานในบางเมนู หรือบางทีชีสก็อาจจะมีความมันที่มาจากน้ำมันพืชในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้รู้สึกเลี่ยนได้ง่าย ข้อแนะนำของฉันคือ ถ้าเป็นไปได้ ลองหาซื้อขนาดเล็กมาทดลองก่อน หรือถ้ามีเพื่อนๆ ที่เป็นวีแกนอยู่แล้ว ก็ลองแลกเปลี่ยนข้อมูลกันดูค่ะ การเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นก็เป็นวิธีที่ดีในการหลีกเลี่ยงความผิดหวังนะคะ เพราะไม่มีอะไรจะเศร้าไปกว่าการซื้อชีสมาแล้วกินไม่ลงจริงๆ ค่ะ

ดูแลชีสวีแกนอย่างไรให้อยู่กับเรานานๆ: เคล็ดลับจากผู้ใช้จริง

เมื่อเราได้เจอชีสวีแกนคู่ใจที่ใช่สำหรับตัวเองแล้ว สิ่งต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือการดูแลรักษาชีสเหล่านั้นให้ยังคงความอร่อยและสดใหม่ไปกับเรานานๆ ค่ะ เพราะชีสวีแกนส่วนใหญ่ไม่ได้ผ่านกระบวนการถนอมอาหารแบบเดียวกับชีสวัว ทำให้มีอายุการเก็บรักษาที่แตกต่างกันไป บางชนิดอาจจะบอบบางกว่าและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งถ้าเราไม่รู้วิธีเก็บรักษาที่ถูกต้อง อาจจะทำให้ชีสเสียเร็วขึ้น หรือรสชาติและเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไปจากเดิมได้ค่ะ ในฐานะที่เคยเผชิญหน้ากับความผิดหวังจากการที่ชีสวีแกนสุดรักต้องเสียไปก่อนเวลาอันควร ฉันก็ได้เรียนรู้เคล็ดลับดีๆ ในการดูแลน้องชีสเหล่านี้มาพอสมควรเลยค่ะ วันนี้ก็เลยอยากจะมาแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถยืดอายุความอร่อยของชีสวีแกนที่บ้านได้อย่างมั่นใจค่ะ

1. การเก็บรักษาที่ถูกต้อง: ยืดอายุความสดใหม่ของชีส

หัวใจสำคัญของการเก็บรักษาชีสวีแกนคือ “ความเย็น” และ “การป้องกันอากาศ” ค่ะ ทันทีที่เราเปิดห่อชีสออกแล้ว ควรจะห่อชีสที่เหลือด้วยพลาสติกแรปหรือกระดาษไขสำหรับห่ออาหารให้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปสัมผัสกับชีสโดยตรง ซึ่งจะช่วยชะลอการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและการเติบโตของแบคทีเรียที่อาจทำให้ชีสเสียเร็วขึ้นค่ะ จากนั้นก็นำไปเก็บไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาของตู้เย็น หรือถ้าเป็นชีสวีแกนบางประเภทที่ระบุว่าสามารถแช่แข็งได้ ก็สามารถนำไปแช่แข็งได้เลยค่ะ แต่ข้อควรระวังคือ เมื่อนำชีสที่แช่แข็งออกมาใช้ ควรปล่อยให้ละลายในช่องแช่เย็นอย่างช้าๆ เพื่อคงสภาพเนื้อสัมผัสและรสชาติให้ดีที่สุดนะคะ และอย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์เสมอ และพยายามใช้ให้หมดก่อนวันหมดอายุ เพื่อให้ได้ลิ้มรสความอร่อยของชีสวีแกนในคุณภาพที่ดีที่สุดค่ะ

2. สัญญาณเตือนเมื่อชีสเริ่มไม่ดี: อย่าฝืนกินเด็ดขาด

ถึงแม้เราจะดูแลชีสวีแกนอย่างดีแล้ว แต่บางครั้งด้วยปัจจัยต่างๆ ชีสก็อาจจะเริ่มเสียได้ค่ะ สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักสังเกต “สัญญาณเตือน” เหล่านี้ และไม่ควรฝืนกินชีสที่เริ่มมีอาการผิดปกติเด็ดขาด เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเองค่ะ สัญญาณแรกที่ชัดเจนที่สุดคือ “กลิ่น” ถ้าชีสวีแกนมีกลิ่นเปรี้ยวจัด กลิ่นฉุนผิดปกติ หรือกลิ่นที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าชีสอาจจะเริ่มเสียแล้วค่ะ สัญญาณต่อมาคือ “เนื้อสัมผัส” ถ้าชีสเริ่มเปลี่ยนเป็นเมือกๆ เหนียวผิดปกติ หรือแข็งกระด้างจนเกินไป ก็ไม่ควรบริโภคแล้วนะคะ และสุดท้ายคือ “การขึ้นรา” ถ้าเห็นจุดราสีเขียว สีดำ หรือสีอื่นๆ ปรากฏบนชีส แม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรทิ้งไปทั้งหมดเลยค่ะ เพราะราอาจจะแพร่กระจายไปทั่วชิ้นโดยที่เรามองไม่เห็นได้ อย่าเสียดายเงินเล็กน้อย เพื่อแลกกับความเสี่ยงด้านสุขภาพเลยค่ะ ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ!

อนาคตของชีสวีแกน: นวัตกรรมใหม่ที่รอเราอยู่

หลังจากที่ได้เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของวงการชีสวีแกนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉันรู้สึกตื่นเต้นและเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าอนาคตของชีสวีแกนจะสดใสและน่าจับตามากๆ เลยค่ะ นวัตกรรมอาหารในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคที่งดเว้นเนื้อสัตว์เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การยกระดับคุณภาพ รสชาติ และเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ให้ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด จนบางครั้งอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ!

การที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่ซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น ก็ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตไม่หยุดนิ่งในการวิจัยและพัฒนาชีสวีแกนรูปแบบใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบวัตถุดิบใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งการสร้างสรรค์ชีสวีแกนเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ไม่เคยมีมาก่อน ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นว่าวงการชีสวีแกนจะก้าวไปได้ไกลแค่ไหน และจะมีอะไรใหม่ๆ มาให้เราได้ลองลิ้มชิมรสกันอีกบ้างในอนาคตอันใกล้ค่ะ

1. วัตถุดิบและเทคโนโลยีใหม่ๆ: ก้าวต่อไปของวงการ

ปัจจุบัน ชีสวีแกนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาวัตถุดิบหลักอย่างมะพร้าว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือถั่วเหลือง แต่ในอนาคต เราอาจจะได้เห็นชีสวีแกนที่ทำจากวัตถุดิบที่หลากหลายและยั่งยืนมากขึ้นค่ะ นักวิจัยกำลังศึกษาความเป็นไปได้ของการนำโปรตีนจากพืชอื่นๆ เช่น ถั่วลูกไก่ ถั่วเลนทิล หรือแม้กระทั่งข้าวโอ๊ต มาใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตชีสวีแกน ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่มีข้อจำกัดในการบริโภคถั่วบางชนิดเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดการพึ่งพิงวัตถุดิบใดวัตถุดิบหนึ่งมากเกินไปอีกด้วย นอกจากนี้ เทคโนโลยีการหมักบ่มแบบใหม่ หรือการใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนขึ้น อาจจะช่วยให้ชีสวีแกนมีรสชาติที่ซับซ้อนและมีมิติมากขึ้น คล้ายกับชีสวัวที่ผ่านการบ่มมานานๆ ซึ่งจะยกระดับประสบการณ์การบริโภคชีสวีแกนไปอีกขั้นเลยค่ะ ฉันเชื่อว่าในอนาคต เราจะสามารถหาชีสวีแกนที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของเราได้อย่างแน่นอน

2. ชีสวีแกนเฉพาะทาง: ตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนขึ้น

นอกจากการพัฒนาชีสวีแกนพื้นฐานอย่างมอสซาเรลล่าหรือเชดดาร์แล้ว อนาคตของชีสวีแกนยังรวมถึงการสร้างสรรค์ “ชีสวีแกนเฉพาะทาง” ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนมากขึ้นด้วยค่ะ ลองจินตนาการถึงชีสวีแกนที่มีรสชาติและกลิ่นหอมของบลูชีสได้อย่างสมบูรณ์แบบ หรือชีสวีแกนประเภทฮาร์ดชีสที่สามารถขูดเป็นแผ่นบางๆ ได้โดยไม่แตก หรือแม้แต่ชีสวีแกนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับคนที่มีอาการแพ้อาหารบางอย่างโดยเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังอยู่ในระหว่างการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องค่ะ การที่ชีสวีแกนสามารถเลียนแบบชีสวัวได้หลากหลายประเภทมากขึ้น จะทำให้ผู้บริโภคมีอิสระในการสร้างสรรค์เมนูและเพลิดเพลินกับการกินได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการจัดชีสบอร์ดวีแกนสุดหรู การทำฟองดูชีสวีแกนแสนอร่อย หรือแม้แต่การทำเบเกอรี่ที่ใช้ชีสเป็นส่วนประกอบหลัก บอกเลยว่าอนาคตของชีสวีแกนสดใสและน่าตื่นเต้นมากค่ะ เราจะได้เห็นทางเลือกที่หลากหลายและน่าลิ้มลองเพิ่มขึ้นอีกมากมายแน่นอน!

สรุปส่งท้าย

จากการเดินทางอันแสนอร่อยที่เราได้สัมผัสร่วมกันในโลกของชีสวีแกน ฉันหวังว่าทุกคนจะได้เห็นแล้วว่าการเปลี่ยนมาใช้ชีสจากพืชนั้นไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไปเลยนะคะ ตรงกันข้าม กลับเป็นโอกาสให้เราได้สำรวจรสชาติและเนื้อสัมผัสใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น และยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อทั้งสุขภาพของเราและสิ่งแวดล้อมอีกด้วยค่ะ

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกินตัวยงที่เพิ่งเริ่มสนใจวิถีวีแกน หรือเป็นวีแกนมานานแล้ว ฉันเชื่อว่าในตลาดชีสวีแกนที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้ จะต้องมีชีสวีแกนคู่ใจที่ “ใช่” สำหรับคุณรออยู่แน่นอนค่ะ ขอให้สนุกกับการทดลอง และค้นพบความสุขในทุกๆ คำของชีสวีแกนนะคะ!

ข้อมูลน่ารู้เพิ่มเติม

1. แหล่งซื้อชีสวีแกนในไทย: นอกจากซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำอย่าง Tops, Gourmet Market หรือ Foodland แล้ว คุณยังสามารถหาซื้อชีสวีแกนคุณภาพดีได้จากร้านค้าสุขภาพ เช่น Lemon Farm หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce อย่าง LazMall, Shopee Mall ที่มีร้านค้าทางการของแบรนด์วีแกนโดยตรง ซึ่งมักจะมีโปรโมชั่นน่าสนใจอยู่เสมอค่ะ

2. อ่านฉลากก่อนซื้อ: การอ่านฉลากส่วนผสมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้แน่ใจว่าชีสวีแกนนั้นทำจากวัตถุดิบที่คุณต้องการ และปราศจากสารก่อภูมิแพ้ที่คุณแพ้ (เช่น ถั่วเปลือกแข็งบางชนิด หรือกลูเตน) รวมถึงการตรวจสอบวันหมดอายุ เพื่อให้ได้ชีสที่สดใหม่ที่สุดค่ะ

3. การเก็บรักษาชีสวีแกนที่เปิดแล้ว: เพื่อยืดอายุการใช้งาน ควรห่อชีสที่เหลือด้วยพลาสติกแรปหรือฟอยล์ให้แน่นหนาที่สุด เพื่อป้องกันอากาศเข้า แล้วเก็บในช่องแช่เย็นทันที และควรบริโภคให้หมดภายในระยะเวลาที่ระบุบนฉลากหลังเปิดใช้งาน เพื่อรสชาติและคุณภาพที่ดีที่สุดค่ะ

4. อย่ากลัวที่จะทดลอง: ชีสวีแกนแต่ละยี่ห้อมีสูตรและวัตถุดิบที่แตกต่างกันไป ซึ่งส่งผลต่อรสชาติ เนื้อสัมผัส และความสามารถในการละลายอย่างมาก อย่าเพิ่งท้อใจหากลองครั้งแรกแล้วไม่ถูกปาก ลองสำรวจยี่ห้ออื่น ๆ และประเภทอื่น ๆ คุณอาจจะเจอชีสวีแกนที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ

5. เข้าร่วมคอมมูนิตี้วีแกน: การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกลุ่มคนที่มีความสนใจเดียวกันในโลกออนไลน์ (เช่น กลุ่ม Facebook สำหรับผู้บริโภควีแกนในไทย) จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล รีวิว และเคล็ดลับดีๆ ในการเลือกซื้อและนำชีสวีแกนไปใช้ประกอบอาหารได้อย่างหลากหลายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ

สรุปประเด็นสำคัญ

ความยืดและละลายคือคุณสมบัติหลักที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกชีสวีแกน

วัตถุดิบหลักส่งผลต่อคุณสมบัติ: ชีสจากมะพร้าวจะนุ่มนวลละลายง่าย ชีสจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์จะเข้มข้นมีมิติ และนวัตกรรมจากถั่วอื่นๆ ให้ทางเลือกที่หลากหลายขึ้น

การเลือกชีสวีแกนให้เหมาะสมกับประเภทเมนูเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่า พาสต้า หรือแซนด์วิช

ตลาดชีสวีแกนในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว มีทั้งแบรนด์นำเข้าคุณภาพสูง และแบรนด์ไทยดาวรุ่งที่รสชาติถูกปาก

การเก็บรักษาชีสวีแกนอย่างถูกวิธีด้วยความเย็นและการป้องกันอากาศ จะช่วยยืดอายุความสดใหม่และคงรสชาติที่ดีไว้ได้นาน

อนาคตของชีสวีแกนสดใสด้วยนวัตกรรมวัตถุดิบและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่ชีสวีแกนเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: ชีสวีแกนมันแตกต่างจากชีสปกติยังไงบ้างคะ แล้วรสชาติมันใกล้เคียงกันจริงเหรอ?

ตอบ: อู้หูยยย… คำถามนี้โดนใจมากค่ะ! สมัยก่อนบอกตรงๆ เลยว่าชีสวีแกนกับชีสปกติมันคนละเรื่องเดียวกันเลยค่ะ! ชีสปกติทำจากนมสัตว์ใช่ไหมคะ ส่วนใหญ่ก็เป็นนมวัว ซึ่งจะมีไขมันนมและโปรตีนนมที่ทำให้เกิดรสชาติหอมมัน และเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งยืดได้ ทั้งละลายได้พอดีๆ เลยแต่ชีสวีแกนเนี่ย เขาจะทำจากพืชล้วนๆ ค่ะ ส่วนใหญ่ที่เจอในตลาดก็จะเป็นเม็ดมะม่วงหิมพานต์ มะพร้าว อัลมอนด์ หรือโปรตีนถั่ว อย่างตอนที่ฉันเริ่มลองปรับมาทานแพลนต์เบสแรกๆ นะคะ ยอมรับเลยว่าชีสวีแกนที่เจอคือรสชาติมันจะออกเปรี้ยวโดดบ้าง หรือไม่ก็จืดชืด เนื้อสัมผัสก็แข็งกระด้าง ไม่ยืดเลยค่ะ ตอนนั้นแอบคิดในใจว่า “ไม่รอดแน่ๆ ถ้าต้องตัดใจจากชีสจริงๆ” แต่ก็นั่นแหละค่ะ คือเรื่องของเมื่อหลายปีก่อน!
ตอนนี้ต้องบอกว่าโลกมันเปลี่ยนไปมากจริงๆ ค่ะ! ด้วยเทคโนโลยีอาหารที่ก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด ทำให้ชีสวีแกนเดี๋ยวนี้คือทำออกมาได้ดีจนบางทีตาหลุดเลยก็มีนะ! บางยี่ห้อทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์นี่หอมมันคล้ายมอสซาเรลล่าเลยค่ะ เอาไปทำพิซซ่านะ ยืดได้จริงอะไรจริง!
หรือบางยี่ห้อที่ใช้มะพร้าวเป็นเบสก็ให้ความรู้สึกมันๆ เหมือนชีสแพงๆ ที่เอาไว้กินกับไวน์เลยก็มีค่ะ คือรสชาติโดยรวมมันมีความคล้ายคลึงกับชีสปกติมากขึ้นมาก ไม่ได้มีแค่รสเปรี้ยวโดดหรือจืดชืดเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ ความหอม ความมัน ความนัวคือมาเต็ม!
ฉันเองยังอึ้งเลยว่ามาได้ไกลขนาดนี้!

ถาม: เลือกซื้อชีสวีแกนยี่ห้อไหนดีคะ มีเยอะไปหมดเลย ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน?

ตอบ: โอ๊ยยย เข้าใจเลยค่ะ! ตอนฉันเริ่มลองผิดลองถูกก็เจอปัญหานี้แหละค่ะ งงไปหมดว่าอันไหนดี อันไหนใช่ แถมราคาบางทีก็ไม่ใช่เล่นๆ ลองผิดบ่อยๆ ก็ท้อนะ (หัวเราะ) แต่เอาเป็นว่าจากประสบการณ์ที่ลองมาเยอะแยะมากมายเนี่ย มีเคล็ดลับง่ายๆ ให้ลองพิจารณาดูก่อนค่ะอันดับแรกเลยนะ “ลองคิดดูก่อนว่าอยากเอาไปทำอะไร” ค่ะ เพราะชีสวีแกนแต่ละยี่ห้อ แต่ละชนิด มันมีคุณสมบัติที่เด่นต่างกันไปค่ะ
ถ้าอยากเอาไปทำอาหารที่ต้องการความยืด เช่น พิซซ่า มักกะโรนีอบชีส หรือกราแตง ลองมองหายี่ห้อที่ระบุว่า “ละลายได้ดี” หรือ “ยืดได้” (meltable/stretchy) พวกนี้ส่วนใหญ่จะทำจากมะพร้าวหรือน้ำมันมะพร้าวผสมกับแป้งมันสำปะหลังหรือถั่วเหลืองค่ะ พวกชีสขูด หรือชีสแบบบล็อกที่ไว้ขูดเองจะเวิร์คมาก ฉันเคยเอาชีสขูดวีแกนมาทำพิซซ่าเองที่บ้านนะ ได้ฟีลเหมือนกินพิซซ่าปกติเลยค่ะ เด็กๆ ที่บ้านยังแยกไม่ออกเลย!
ถ้าอยากได้ชีสที่ทานเปล่าๆ ทำแซนด์วิช หรือใส่ในสลัด ลองมองหายี่สที่ทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์หรืออัลมอนด์ค่ะ พวกนี้เนื้อสัมผัสจะแน่นกว่า รสชาติจะมีความเข้มข้นกว่า มีความเปรี้ยวอมเค็มคล้ายๆ เชดดาร์ชีสเลยก็มีค่ะ บางยี่ห้อก็ทำเป็นแผ่นๆ มาให้เลย สะดวกมาก หรือชีสแบบบล็อกที่เอาไว้สไลด์ก็ได้ค่ะ
ถ้าอยากได้ชีสแบบครีมชีส หรือชีสที่ไว้ทาขนมปัง พวกนี้ส่วนใหญ่ก็จะทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์เช่นกันค่ะ เนื้อจะเนียนนุ่ม รสชาติคล้ายครีมชีสเป๊ะๆ เลย เอาไปทาขนมปังปิ้งตอนเช้านี่ฟินสุดๆ!
อีกอย่างที่สำคัญคือ “อ่านรีวิว” ค่ะ แต่ก็ต้องใช้วิจารณญาณนิดนึงนะ บางคนชอบแบบนี้ บางคนไม่ชอบแบบนั้น แต่ถ้ามีคนพูดถึงในทิศทางเดียวกันเยอะๆ ก็พอเป็นแนวทางได้ค่ะ หรือถ้าเจอร้านค้าที่มีตัวอย่างให้ลองชิมได้ นี่คือสวรรค์เลยค่ะ!
จะได้ไม่ต้องซื้อมาแล้วเสียดายเงินถ้าไม่ถูกใจเนอะ

ถาม: ชีสวีแกนนำไปใช้ทำอาหารได้หลากหลายเหมือนชีสปกติไหมคะ เช่น ทำพิซซ่า ทำซอส หรือกินเปล่าๆ?

ตอบ: โอ๊ยยย… คำตอบคือ “หลากหลายจนคุณต้องทึ่งค่ะ!” คือยุคนี้ต้องบอกเลยว่าแทบจะไม่มีข้ออ้างแล้วนะคะว่าชีสวีแกนทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาพัฒนาไปไกลมากจริงๆ อย่างที่ฉันบอกไปก่อนหน้านี้ว่าเจอชีสวีแกนที่เอาไปทำพิซซ่าแล้วยืดได้เหมือนมอสซาเรลล่าจริงๆ นั่นแหละค่ะ มันเป็นอะไรที่แบบ…ว้าวมาก!
เมื่อก่อนเวลาพูดถึงชีสวีแกน เราอาจจะนึกถึงแค่ชีสสำหรับทานเล่น หรือชีสที่เอาไว้ทาขนมปังเฉยๆ ใช่ไหมคะ? แต่ตอนนี้คือมีให้เลือกใช้ได้แทบทุกรูปแบบเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น:
ชีสขูด (Shredded Cheese): นี่แหละตัวท็อปสำหรับพิซซ่า มักกะโรนีอบชีส ลาซานญ่า หรือแม้แต่เอาไปโรยบนอาหารเมนูต่างๆ ให้มีกลิ่นชีสหอมๆ ค่ะ หลายยี่ห้อทำมาดีมาก พออบแล้วชีสจะละลายและยืดได้จริงจังเลยค่ะ
ชีสก้อน/ชีสบล็อก (Block Cheese): พวกนี้ก็หลากหลายมากค่ะ มีทั้งแบบที่เนื้อแน่นๆ คล้ายเชดดาร์ชีส เอาไว้สไลด์ใส่แซนด์วิช เบอร์เกอร์ หรือทำเป็นชีสบอร์ดทานกับแครกเกอร์และผลไม้ก็ได้ หรือแบบที่เนื้อนิ่มลงหน่อยเอาไว้ขูดใส่พาสต้าก็ได้
ครีมชีส (Cream Cheese): อันนี้ก็เหมือนครีมชีสทั่วไปเลยค่ะ เนื้อเนียนนุ่ม หอมมัน เอาไปทาขนมปัง บราวนี่ หรือทำชีสเค้กวีแกนก็ได้นะ!
ฉันเคยเอาไปทำชีสเค้กแบบไม่ใช้เตาอบ อร่อยไม่แพ้ของปกติเลยค่ะ
ซอสชีส/ชีสดิป (Cheese Sauce/Dip): บางยี่ห้อก็ทำมาในรูปแบบพร้อมใช้เลยค่ะ เป็นซอสชีสที่เอาไว้ราดเฟรนช์ฟรายส์ หรือเอาไปทำเมนูแมคแอนด์ชีสแบบวีแกน หรือจะเอามาดิปกับผักสดก็ได้ค่ะ สะดวกมากๆเรียกได้ว่าไม่ว่าคุณจะเคยใช้ชีสปกติทำเมนูอะไร ตอนนี้ชีสวีแกนก็มีทางเลือกให้คุณลองทำตามได้เกือบทั้งหมดแล้วค่ะ แค่ต้องเลือกให้ถูกประเภท ถูกยี่ห้อเท่านั้นเองค่ะ บอกเลยว่ายุคนี้ไม่มีข้ออ้างแล้วค่ะ ถ้าอยากลองเปลี่ยนมาทานแพลนต์เบส!
ลองดูนะคะ สนุกกับการทดลองค่ะ!

📚 อ้างอิง